สัต(ว์)บุรุษสุดขอบโลก หรือ Vatzlav บทประพันธ์ของ SlawomirMrozek นักประพันธ์ชื่อก้องโลกชาวโปลิช เป็นละครเวที ผลงานกำกับเรื่องล่าสุดของ อาจารย์ดังกมล ณ ป้อมเพชร ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นละครแนวตลกที่แฝงการเสียดสี มนุษย์ สังคม และการเมือง สอดแทรกในเนื้อเรื่อง ที่สื่อผ่านการกระทำตัวละครกลุ่มต่างๆ ไว้อย่างมากมาย และแนบเนียน (จนบางประเด็นแทบหาไม่เจอ) โดยละครเวทีเรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ยอดคน ทาสที่เป็นไทได้ เพราะเรือล่ม ถูกพัดมาติดอยู่บนเกาะ ที่ถูกปกครองโดย เคาท์แบ็ท ผู้ปกครองผู้ขูด (ดูด) เลือดขูดเนื้อ ประชาชนอย่าง กระจอก และกระทา ซึ่งถึงแม้ยอดคนจะพยายามพูดให้คนอื่นเข้าใจว่าตนเป็นเจ้าชาย แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับจ้างเป็นหมี ของเคาท์แบ็ท กับเคาเตส และนำตัวเองเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวของตัวละครอีกหลายๆ ตัวซึ่งมีลักษณะและความคิดต่างๆ กันออกไปจนยุ่งวุ่นวายไปหมด
เนื่องจากเรื่องนี้นั้น เป็นละครแบบ Dark comedy ซึ่งถึงแม้จะเป็นละครที่ทำให้คนดูหัวเราะได้เป็นบางครั้ง แต่ก็สะกิดใจทำให้ผู้ชมหันไปมองสิ่งรอบๆตัว และสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน อาจทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อบ้าง เมื่อไม่เข้าใจประเด็นบางประเด็น ที่ผู้กำกับต้องการจะสื่อ นำไปสู่ความไม่เข้าใจในประเด็นที่ตามมา เพราะประเด็นในเรื่องนี้ ดูจะสอดคล้องและเกี่ยวเนื่องกันไปตลอดทั้งเรื่อง จึงจบลงด้วยความมึนงงของคนดูในที่สุด
ในเรื่องดูจะมีประเด็นมากมาย จนยากที่จะทำความเข้าใจได้ทั้งหมด ซึ่งก็นำไปสู่ความสับสนของผู้ชม ว่าประเด็นไหน คือประเด็นที่ผู้กำกับต้องการจะสื่อให้ถึงผู้ชมกันแน่ ทั้งนี้อาจจะเป็นความตั้งใจของผู้กำกับหรือผู้เขียนบทละคร ที่จะแสดงประเด็นต่างๆให้ หลากหลาย เพื่อที่คนดูจะได้จับประเด็นได้ต่างๆกันตามแต่ประสบการณ์ และความรู้จะเอื้ออำนวย
อย่างไรก็ตามประเด็นต่างๆ ในเรื่องล้วนสะท้อนถึงเหตุการณ์ ในสังคมไทยทั้งในอดีตและปัจจุบันได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นใหญ่ๆ เช่น ยอดคนที่ยึดติดกับสิ่งนอกกาย สิ่งที่เป็นเปลือกทางสังคมทั้ง อำนาจ ฐานะ เงินทอง และพยายามที่จะไขว่คว้าสิ่งเหล่านั้นเอาไว้ด้วยการ ประจบสอพลอผู้มีอำนาจ หรือแม้แต่ ขายตัวเพื่อที่จะได้หลุดพ้น จากสภาพเดิมๆที่เป็นอยู่ โดยที่ไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ว่างเปล่า เป็นสิ่งที่ลวงตา ส่งผลให้สุดท้ายแล้ว ยอดคนก็ต้องกลับมาอยู่ที่เดิม คือเป็นทาสเรือแตกเหมือนเก่า จะเห็นได้ว่าไม่ได้ต่างกับสังคมปัจจุบันที่ มนุษย์ต่างแสวงหาอำนาจ เงินทอง และผลประโยชน์ ทั้งๆที่มันเป็นเพียงเปลือกนอกเลย
นอกจากนี้ยังแสดงประเด็นย่อยๆ ที่เข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองได้เป็นอย่างดี ทั้งเกี่ยวกับผู้นำที่ฉ้อฉล อย่างเคาท์แบ็ท ซึ่งขูดเลือดขูดเนื้อผู้ที่อยู่ใต้ปกครอง สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้ที่มีอำนาจมากย่อมมีอภิสิทธิ์เหนือคนที่มีอำนาจน้อยกว่าในทุกๆทาง หรือแม้แต่การขาดความสามัคคีของประชาชน ที่แสดงออกมาให้เห็นในรูปของการทะเลาะ ด่าทอ ตบตีกันของประชาชนรากหญ้าอย่างกระจอก และกระทา
ตัวละครในเรื่อง ล้วนเป็นสัญลักษณ์ แสดงให้เห็นถึงบุคคลในชนชั้นที่ต่างกัน และมีลักษณะนิสัย รวมถึงความต้องการที่หลากหลาย ซึ่งแสดงออกมาผ่านการกระทำต่างๆของตัวละคร ตัวละครที่เด่น และนักแสดง แสดงได้อย่างน่าเชื่อถือ ว่าเป็นตัวละครนั้นจริงๆ คงไม่พ้นยอดคน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์แทบทั้งเรื่อง ยอดคนน่าจะเป็นตัวละคร ที่แสดงได้ยากที่สุดในเรื่องนี้ เพราะนอกจากจะต้องแสดง ทั้งสีหน้าท่าทาง และอารมณ์ ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่ตลอดเวลาแล้ว ยังต้องจดจำบทที่มีความยาวมากให้ขึ้นใจ รวมถึงสื่อให้คนดูเชื่อว่าตนเองเป็นยอดคน ต้องยอมรับว่า คุณบุญพงษ์ พานิช ที่แสดงเป็นยอดคนนั้น แสดงได้อย่างน่าชื่นชมมาก
นอกจากนี้ยังมีตัวละครอีกตัวหนึ่งที่ดูจะมีความสำคัญต่อเรื่องมากนั่นคือ ยุติธรรม ยุติธรรมนั้นจะปรากฏตัวด้วยภาพลักษณ์ที่ใส สะอาด และบริสุทธิ์เสมอ แสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ ของยุติธรรมในอุดมคติ ที่เที่ยงตรง เที่ยงธรรมในความคิดของคน แม้ว่าในความเป็นจริงยุติธรรมอาจจะไม่ได้ สะอาดอย่างที่ทุกคนคิด เห็นได้ในฉากท้ายเรื่อง เราจะเห็นว่ายุติธรรมก็ยังคงมีรูปลักษณ์ที่สวยงามดังเดิม แม้ว่าเธอจะมีบุตรแล้วก็ตามยุติธรรมนั้น ผู้ชมส่วนใหญ่คิดว่าจะเป็นตัวละครที่ปรากฏตัวออกมาให้เห็นบ่อยครั้ง เนื่องจากในโปสเตอร์โฆษณา เธอดูจะเด่นกว่ายอดคนเสียอีก แต่ในเรื่องเธอจะปรากฏตัวน้อยมาก ซึ่งอาจจะเป็น ความตั้งใจของผู้กำกับที่ต้องการ แสดงให้เห็นว่า ความยุติธรรมนั้นหายาก และมีน้อยเพียงไร
ด้านการกำกับ ผู้กำกับ อาจารย์ดังกมล ตีความบทละคร และนำเสนอออกมาได้อย่างน่าสนใจ ถึงแม้ว่าประเด็นที่นำเสนอ จะมีจำนวนมาก ทำให้ผู้ชมสับสนไปบ้าง โดยเฉพาะในช่วงหลังๆ ที่ดูประเด็นจะมากจนอิ่มตัว ทำให้เริ่มรู้สึกเบื่อ แต่โดยรวมแล้วถือว่าดี ผู้กำกับกำกับคิวของนักแสดงได้ดี ความต่อเนื่อง และการเข้าออกฉากของนักแสดง ลื่นไหลไม่ติดขัด ถึงแม้ว่าประตูอาจจะเล็กไปสำหรับท่านเคาท์แบ็ท แต่เมื่อมองภาพรวมแล้ว การจัดลำดับและจุดเข้าออก เป็นไปได้ด้วยดี
สำหรับการจัดพื้นที่ ที่นั่งของผู้ชมนั้นไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากพื้นที่ไม่ได้เป็นพื้นที่ไล่ระดับเหมือนโรงละครอื่นๆ ทำให้ผู้ชมทางด้านหลังมองไม่ค่อยเห็น และบางคนถึงกับบอกว่าเห็นแต่ศีรษะของคนที่อยู่ข้างหน้าเลยทีเดียว ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ ที่ผู้กำกับควรต้องหาวิธีแก้ไขให้ได้ในอนาคต ถ้ายังต้องการที่จะจัดละครเวทีที่นี่ต่อไป ในส่วนของพื้นที่การแสดง แม้ว่าสถานที่จะเล็ก แต่การจัดสรรพื้นที่การแสดงนั้น ไม่ได้ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่ามีพื้นที่จำกัดแต่อย่างใด กลับทำให้ผู้ชมในแถวหน้ารู้สึกว่าใกล้ชิดกับตัวละคร และรู้สึกว่าตน เองมีส่วนร่วมกับนักแสดงอีกด้วย
องค์ประกอบอื่นๆ ก็ดูจะเข้ากับละครเวทีเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ยิ่งกว่านั้นยังเป็นส่วนเสริม ให้ผู้ชมเข้าใจลักษณะตัวละครบางตัว และเนื้อเรื่องเพิ่มมากขึ้น เช่น การแต่งกายของยุติธรรมซึ่งดูจะสะอาด และสวยงามที่สุดในเรื่อง แตกต่างจากตัวละครอื่นๆ อย่างชัดเจน แสดงให้เห็นถึงความงามตามอุดมคติ ส่วนเครื่องแต่งกาย ของท่านเคาท์แบ็ท และเคาเตส ก็สามารถบ่งบอกฐานะของตัวละครตัวนั้นว่าเป็นผู้ที่ร่ำรวยและสูงศักดิ์ได้เป็นอย่างดี ยอดคนผู้ซึ่งอยู่ในฐานะที่ไม่สำคัญอะไร ก็มีเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับสถานะของตน แต่การแต่งกายของตัวละครบางตัวดูจะมีความขัดแย้งอยู่บ้าง โดยเฉพาะกระจอกกับกระทา ที่เสื้อผ้ากลับมีสีสันสดใส ทั้งๆที่มีฐานะเป็นเพียงชาวบ้านรากหญ้า ซึ่งอาจจะเป็นไปด้วยความตั้งใจ เพระกระจอกและกระทาเป็นตัวละครที่ตลก และสร้างสีสันให้กับละครเวทีเรื่องนี้ก็เป็นได้
ด้านฉากของละครเวทีเรื่องนี้ ฉากด้านหลังทำออกมาได้ดี และน่าสนใจตรงที่ยอดคนสามารถปีนขึ้นไปบนนั้นได้จริงๆ ทำให้ฉากนั้นดูสมจริงยิ่งขึ้น แต่ประเด็นเรื่องฉากหลังก็ยังเป็นที่ถกเถียงระหว่างนิสิตกันอยู่มาก ว่าฉากหลังนั้น คือ คลื่นในทะเล หรือหน้าผากันแน่ เพราะในบทละครตอนท้าย ยอดคนได้เดินลุยน้ำทะเลหายไป แต่ถ้ามองจากสายตา ฉากหลังนั้นยังไงก็ยังเป็นหน้าผา เพราะทั้งรูปร่าง และสีของฉากที่มองยังไงก็เหมือนเป็นหิน และถ้าฉากเป็นทะเลจริง คนที่ไหนจะปีนขึ้นไปบนคลื่นได้นอกจากคนผู้นั้นจะเป็นยอดคน ดังนั้นฉากด้านหลังจึงน่าจะเป็นหน้าผา ไม่ใช่คลื่นในทะเล สำหรับฉากด้านข้างซึ่งค่อนข้างจะดูโล่ง ไม่มีอะไรมากนักแต่ก็ทำให้การเข้าออกของตัวละครดูไม่ติดขัดและสมจริงมากขึ้น
นอกจากนี้องค์ประกอบ ทางด้านเสียง แสง รวมถึงเทคนิคพิเศษ ยังจัดออกมาได้น่าสนใจ องค์ประกอบทางด้านเสียง มีส่วนช่วยอย่างมากในเรื่อง เนื่องจากมีความเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ต่างๆ ประกอบกับแสงที่จัดออกมาได้ค่อนข้างลงตัวทำให้ดูสมจริง เทคนิคพิเศษที่ใช้มากจนเห็นได้ชัดคือ การสร้างหมอก เพื่อสร้างบรรยากาศ ซึ่งทำให้บรรยากาศในโรงละครดูเข้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น แต่เนื่องจากในรอบวันที่23 สิงหาคม 2550 เกิดความผิดพลาดขึ้น ทำให้นอกจากบรรยากาศที่สร้างจะมากเกินไปแล้ว ยังส่งผลทำให้ ผู้ชมพลาดประเด็นบางประเด็น (เพราะมองไม่เห็น และหายใจไม่ออก) โดยเฉพาะในช่วงของนายพลบุชบาเรียนที่ทำการปฏิวัติเคาท์แบ็ท และช่วงหลังจากนั้น ไปอย่างน่าเสียดาย
โดยภาพรวมแล้ว ละครเวทีเรื่อง สัต(ว์)บุรุษ สุดขอบโลกนั้น เป็นละครเวที ที่มีความน่าสนใจ มีความพอเหมาะพอดีของทั้งบทละคร การกำกับ การแสดง และองค์ประกอบต่างๆ ของละครค่อนข้างดี แม้ว่าประเด็นในเรื่อง จะมีมากจนล้นไปบ้าง และบางประเด็นอาจจะ ต้องใช้สมองอย่างหนักถึงจะคิดออก หรืออาจจะลึกจนเกิดขอบสมองไป จนไม่สามารถตีความออกมาได้ แต่ประเด็นใหญ่ๆ ก็สามารถนำเสนอให้คนดูได้คิด และสามารถ ทำความเข้าใจได้อย่างไม่ยากจนเกินไปนัก
สัต(ว์)บุรุษสุดขอบโลก เป็นละครเวที ที่เหมาะกับคนที่ชอบใช้ความคิด ใครที่คิดว่าคิดได้ หรือมีความคิดพอ หรือไม่มีพอแต่อยากจะคิด ไม่ควรพลาด แล้วคุณจะรู้ว่า อาการคิดจนสุดขอบสมอง เป็นอย่างไร
edit @ 2007/09/08 19:16:17